"สิ่งสำคัญ....ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา"


 

ก่อนหน้านี้ พยายามหาคำตอบจากผองเพื่อนและคนใกล้ชิด

ว่า "TaG" คืออะไร มีไว้ทำไม

คำตอบที่ได้ บ้างตอบมั่ว บ้างตอบเป็นทางการ..แต่ขี้เกียจทำความเข้าใจต่อ

เพราะความสามารถทางคอมพิวเตอร์ได้คะแนนเป็นกราฟทางซ้ายของศูนย์

 

เจ้าหนูพุงแตงโม ส่งมาให้บอกเล่าเรื่องราวที่อาจไม่มีใครรู้

แล้วส่งต่อผู้คนให้ทำกันต่อไปเหมือนทายาทอสูร

 

บังเอิญช่วงนี้.. ไปอินกับธรรมชาติ สบายอกสบายใจ

ได้มีเวลาเปิดกล่องความทรงจำเก่าๆกับสหายในวันวาน (อนุบาล) ยังหวานอยู่

เลยเก็บเรื่องที่คุยกันมาเล่าต่อ

+ + + +

 

เริ่มต้น..ด้วยเราเอง "ขี้โรค"

เราเดินเข้ามาในชีวิตเจ้านาย เพื่อนรัก ..มนุษย์อารมณ์ศิลปิน

ในวันป่วยกาย ป่วยใจ เมื่อประมาณ 9 ปีก่อน

(เพิ่งได้มีโอกาสย้อนเวลา..เราอยู่กันมานาน นานจริงๆ)

ไปเป็นเพื่อนกันในเกือบทุกที ..เพื่อนดีๆที่ไม่มีลมหายใจ

:) ภาพล่าสุด เมื่อสี่วันก่อน ร่องเรือลำน้ำแม่กลอง ตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม ต้นมิถุนายน 2550

+ + + +

 

 

แอบเล่าต่อ ..เรื่องสอง

คุณเพื่อนคนนี้จบ พยาบาลศาสตรบัณฑิต

เคยทำงานเพื่อชีวิตและเลือดเนื้อมนุษยชาติ

อยู่หนึ่งช่วงอึดใจ ......................หลังจากนั้น

พลิกผันตัวเอง มาเป็นมือขวาให้กับเพื่อนซี้ที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมปลาย

 

 

ใครได้ข่าว ใครก็ต่าง งง..

แล้วมันมาทำอะไร กับชีวิตในเมืองใหญ่วันนี้

 "พยาบาลบัญชี-การเงิน" บริษัทรับเหมาก่อสร้าง

และยังเดินทางท่องเที่ยวเหมือนเป็นงานประจำ

 

+ + + +

 

เนื่องจากเพื่อนหัวใจศิลปิน มีโลกส่วนตัวสูง

ชอบคิด ชอบเขียนอยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของเรื่องที่สาม..

อาวุธคู่กาย ซึ่งก็คือดินสอ ที่มักจะขอให้คนอื่นซื้อให้

นอกจากเหตุผลด้านการตลาด ที่ไม่ต้องควักตังค์ตัวเองแล้ว

อีกเหตุผล (ทำเนียนๆ) คือ ใช้บ่อย ทำให้ระลึกถึงคนให้อยู่เสมอ

เป็นตัวแทนมิตรภาพ ดินสอกดด้อยราคา เลยกลายเป็นประเมิณค่าไม่ได้ :)

 

 

แถมเรื่องยางลบอีกเรื่อง ที่บางคนอาจเห็นว่าทั่วไป

แต่พี่ท่านปลื้ม "SAKURA"เท่านั้น ใช้มานาน

ตั้งแต่สมัยเรียนประถม จนเพื่อนแซวว่ายางลบยี่ห้อนี้

คงมีศักยภาพในการลบตราผิดบาปในใจได้

+ + + +

 

 

 

อีกหนึ่งกิจกกรมทำบ่อยนอกจากการนอน

คือวาดรูป และนี่คือเรื่องที่สี่..ต้นไม้ไม่มีใบ

ภาพคุ้นเคยที่เห็นเป็นประจำ มันเป็นภาพต้นไม้ใหญ่

ในเดือนหนาวที่รอการผลิใบ บางที ที่อ่อนแอ

เรารู้ว่า แล้วมันจะผ่านไป  "ให้กำลังใจตัวเอง"

+ + + +

 

เรื่องสุดท้าย.. เพื่อนที่คอยกล่อมให้เรานอนหลับฝันดี "จูจู"

จูจู เป็นของขวัญในวันธรรมดาของชีวิตที่มีคนซื้อให้

เพราะยืนทำหน้าอยากได้ แต่ดูโตเป็นควายมากเิกินกว่าที่จะตัดใจซื้อ

ตั้งแต่ปี 38 สมัยเรียนมัธยมปลาย จากทารกน้อยที่มักถูกเพื่อนขโมยไปกอดรัดฟัดเหวี่ยง

ซึ่งมีอีกสมญานามว่า พี่โส - โสเภณีชั้นสูง บวก โสโครก

วันนี้ กลายเป็นยายแก่ตัวเหี่ยวที่ยังนอนอมนิ้วมือถือหมอนอยู่ ..อยู่ด้วยกัน

....

เราจะเห็นอะไรได้เพียงด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา

 

เขียนเล่นๆ อ่านเล่นๆ ไม่ส่งต่อละนะ ..เจ้าหนูพุงแตงโม

:) คุณค่าอยู่ที่ใจ "ขี้โรค..ก็เช่นกัน" กลางมิถุนายน 2550

 


12 CommentsChronological   Reverse   Threaded
punnyapat wrote on Jun 14, '07, edited on Jun 14, '07
ไม่น่าเชื่อว่าขี้โรคจะมีอายุมากกว่าหนูซะอีก
...
ที่สำคัญขี้โรคยังปิ๊งปั้งอยู่เลย
oybijin wrote on Jun 14, '07
มีรอยยิ้มให้กับความทรงจำดี..ดี

.......เพื่อนดี..ดีที่ไม่มีลมหายใจ
keeroke wrote on Jun 14, '07
ไม่น่าเชื่อว่าขี้โรคจะมีอายุมากกว่าหนูซะอีก
...
ที่สำคัญขี้โรคยังปิ๊งปั้งอยู่เลย
คงต้องบอกว่าขี้โรคถ่ายรูปขึ้นได้อย่างไม่อายปาก เพราะถ้าเข้ามาดูใกล้ๆ
จะพบว่า ตัวซีดและเยินอย่างแรง :)

keeroke wrote on Jun 14, '07
oybijin said
มีรอยยิ้มให้กับความทรงจำดี..ดี

.......เพื่อนดี..ดีที่ไม่มีลมหายใจ
บางสิ่งที่ผูกพันกันมานาน มันก่อเกิดจิตวิญญาณในความรู้สึก
..
ออกแนวน่ากลัวไปมั้ย แต่มันเป็นความจริงนะ

เป็นส่วนหนึ่ง เป็นเพื่อนดีๆที่ไม่มีลมหายใจ
punnyapat wrote on Jun 15, '07
ว่าแต่เพื่อนดี ๆ ที่ไม่มีลมหายใจตัวนี้มาหาน้าเอ๋ได้ไงคะ ( เด็กขี้สงสัยอ่ะ )
keeroke wrote on Jun 15, '07, edited on Aug 16, '07
กาลครั้งหนึ่ง........................

ในวันหดหู่ใจ เพราะเศร้ากับการหันไปไม่เห็นเงาตัวเอง
และร่างกายเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวที่ต้องพบแพทย์เพื่อปรับยาทุกสองอาทิตย์
(จะสงสัยอีกมั้ยเนี่ย..ว่าป่วยเป็นอะไร เพื่อไม่ให้สงสัยต่อ น้าเอ๋เป็นโรคความดันโลหิตสูงค่ะ)

..
บ่ายของวันที่โดดเรียน (ไม่ดีนะคะ) ไปหาอะไรกินในห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งหนึ่งกับเพื่อนเป็นปกติ
แต่ด้วยอารมณ์ไม่อยากพูดคุยกับใคร ก็เลยเดินเล่นเรื่อยเปื่อย หายใจทิ้งหายใจขว้าง

แล้วพลันสายตาก็เกิดสบตาเข้ากับก้อนผ้าสีน้ำตาลที่วางคละกันอยู่บนชั้นวางของ
หยิบมาจับๆ (คิดในใจ) เออ!..นะ มันทำท่าได้หลายอย่างดี กำแล้วพอดีมือ เอาไว้ขว้างได้
เพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ส่งภาษาท่าทางบ่งบอกว่า
จะซื้อเหรอ..หน้าตามันดูอ่อนแรง ดูโง่ๆ ไม่สมราคา

เวลานั้น หูอื้อไม่ได้ยินเสียงใคร เหมือนโดนเล่นของ
ขี้โรคก็เกาะติดกระเป๋าน้าเอ๋กลับบ้าน..
ด้วยการทุ่มเงินเกลี้ยงกระเป๋าในเวลานั้น (ตอนนั้นไม่ค่อยมีตังค์)

จากก้อนผ้าหน้าตาทุเรศ เมื่อทุกคนเคยชินกับการปรากฏตัวของมันบ่อยครั้งเข้า
ขี้โรคน้อยก็เลยกลายเป็นดาวจรัสฟ้า จนถึงปัจจุบัน

..
เรื่องก็เป็นด้วยประการฉะนี้ ....เอิงเอย




noopim wrote on Jun 15, '07
ขี้โรค...ถ่ายรูปขึ้น เหมือนกันเล้ยยยยยย
keeroke wrote on Jun 15, '07
ย่ะ....ถ่ายแบบขึ้นอืด
punnyapat wrote on Jun 19, '07
keeroke said
กาลครั้งหนึ่ง........................

ในวันหดหู่ใจ เพราะเศร้ากับการหันไปไม่เห็นเงาตัวเอง
และร่างกายเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวที่ต้องพบแพทย์เพื่อปรับยาทุกสองอาทิตย์
(จะสงสัยอีกมั้ยเนี่ย..ว่าป่วยเป็นอะไร เพื่อไม่ให้สงสัยต่อ น้าเอ๋เป็นโรคความดันโลหิตสูงค่ะ)

..
บ่ายของวันที่โดดเรียน (ไม่ดีนะคะ) ไปหาอะไรกินในห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งหนึ่งกับเพื่อนเป็นปกติ
แต่ด้วยอารมณ์ไม่อยากพูดคุยกับใคร ก็เลยเดินเล่นเรื่อยเปื่อย หายใจทิ้งหายใจขว้าง

แล้วพลันสายตาก็เกิดสบตาเข้ากับก้อนผ้าสีน้ำตาลที่วางคละกันอยู่บนชั้นวางของ
หยิบมาจับๆ (คิดในใจ) เออ!..นะ มันทำท่าได้หลายอย่างดี กำแล้วพอดีมือ เอาไว้ขว้างได้
เพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ส่งภาษาท่าทางบ่งบอกว่า
จะซื้อเหรอ..หน้าตามันดูอ่อนแรง ดูโง่ๆ ไม่สมราคา

เวลานั้น หูอื้อไม่ได้ยินเสียงใคร เหมือนโดนเล่นของ
ขี้โรคก็เกาะติดกระเป๋าน้าเอ๋กลับบ้าน..
ด้วยการทุ่มเงินเกลี้ยงกระเป๋าในเวลานั้น (ตอนนั้นไม่ค่อยมีตังค์)

จากก้อนผ้าหน้าตาทุเรศ เมื่อทุกคนเคยชินกับการปรากฏตัวของมันบ่อยครั้งเข้า
ขี้โรคน้อยก็เลยกลายเป็นดาวจรัสฟ้า จนถึงปัจจุบัน

..
เรื่องก็เป็นด้วยประการระฉะนี้ ....เอิงเอย




น้าเอ๋ขา ของที่มันเกิดมาเพื่อเป็นของเรา
......
ซะยังไงมันก็ต้องเป็นของ ของเราคะ
keeroke wrote on Jun 20, '07
ใช่ค่ะ ของ ของเรา + + + + พุงของเรา ถึงแม้มันใหญ่แล้วมันก็จะลดได้เอง

อีกซักพัก ตัวหนูจะยืดออก ไม่ต้องตกใจนะคะ ถ้าลูกแตงโมจะหายไป
เหลือแต่นางแบบตัวน้อย อนาคตพอลล่า :)
goshmeenam wrote on Nov 21, '07
สรุปว่ารู้ยังก็ไม่แน่ใจว่าพี่ทำงานอะไรกันแน่ แต่ที่รู้ๆคือมีเพื่อนคู่ใจ ดินสอคู่กายที่น่ารักมากเชียวล่ะ หนกก็เคยมีเพื่อนคู่ใจแบบนี้เหมือนกัน แต่ดูราวกับว่าวันเวลาและความรู้สึกจะทำให้เราทั้งสองห่างไกลกันออกไป ทั้งๆที่เราก็นอนอยู่บนเตียงเดียวกันทุกวัน เอาไว้ว่างๆต้องจับคุณ "ลูกสาว" เพื่อนเก่าของเรามาเข้ากล้องแล้วเอามาให้พี่ดูบ้างแล้วล่ะค่ะ มันอายุ 5 ขวบละ
keeroke wrote on Nov 22, '07
ฮ่าๆๆๆ นี่พี่ดูเขียนวกวนถึงเพียงนั้นเลยหรือ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help