"ฮาโหล....แก งงอะดิ ฉันโทรมา ........ขอคำคมๆจากแกหน่อย"
นี่คือคำทักจากเพื่อนสมัยอนุบาล
ที่ลมพัดกลับมาทักทายกันเป็นช่วงๆตามแต่ชีวิตจะอำนวย
ฉันอึ้งอยู่ซักพัก จะให้พูดอะไร (วะ) ไม่จั่วหัวมาให้ซักนิดเลย
ยกตัวอย่างให้คุณเพื่อนฟัง
ว่าเหมือนเรากำลังเดินเที่ยวเล่นอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร
ครั้น เดินมาเจอส้วมอย่างดี นั่งสบายตูด
แล้วแกบังคับให้ฉันขี้ เพราะกลัวจะเสียโอกาส
แต่คนมันยังไม่ปวด จะบิ้วให้ขี้!!!! เนี่ยนะ บ้ารึเปล่า
มันหัวเราะออกมานิดๆ ถึงแม้ลึกๆหัวใจมันจะยังกำลังรู้สึกเศร้าอยู่ก็ตาม
เมื่อมันยังไม่เล่าเรื่องตัวมัน
ฉันจึงเลือกเล่าเรื่องตัวเองก่อน เล่าชีวิตในมุมอับ ที่ชื้นถึงขั้นมีน้ำตารินให้เพื่อนฟัง
เล่า เพื่ออยากให้รู้ว่า
ไอ้ที่แกเห็นฉันสุขน่ะ คนเรามันก็ต้องมีช่วงชีวิตที่ต้องทุกข์กันทุกคน
ทฤษฎีของสิ่งที่จะทำให้ชีวิตดี มีความสุขโดยการปล่อยวางปัญหา ....ใครต่างก็รู้
และฉันก็รู้ว่า แกรู้ว่าต้องทำไง
ความสำคัญอยู่ที่ "เรา" จะทำมันได้เมื่อไหร่
คนอื่นพูดแนะนำยังไง ฉันไม่รู้
แต่ฉันบอกให้แก....กลับไป
ทุกข์ให้พอ ทุกข์อย่างที่สุด
ทุกข์จนรู้สึกว่าทุกข์นั้นมันไม่สามารถทำอะไรเราได้อีก
ระหว่างทุกข์ก็ให้รักตัวเองเข้าไว้
พอนึกได้ว่าเราจะทุกข์ต่อไปทำไม จะได้สุขต่อจากนี้ซักที
แม้เราจะทำตัวให้เป็นที่ต้องการของใครได้
แต่บังคับใครให้เค้าต้องการไม่ได้
อย่าเสียความมั่นใจในตัวเอง อย่าให้ค่าในตัวเองลดลง
ห้องเงียบๆที่ไม่มีใคร อาจเป็นมุมเงียบเหงา ที่โดดเดี่ยว อ้างว้าง ในบางที
แต่ห้องเงียบๆที่ไม่มีใคร ก็ยังเป็นมุมแห่งความรื่นรมย์ ที่เป็นส่วนตัว ในบางครา
ลองหาสุขเล็กๆ สุขง่ายๆ รอบๆตัว ที่สามารถสุขได้....ด้วยตัวเองดูนะ
ป.ล. ยุกๆยิกๆ แกเงียบไปเป็นช่วงๆ บอกว่ากำลังจดที่ฉันพูดอยู่ (ฉันหัวเราะขำ)
แล้วแกจดอะไรที่ฉันพูดไปมั่งเหรอ
นี่ฉันต้องไปยืนยันคำพูดตัวเองในชั้นศาลที่ไหนรึเปล่า ฮ่าๆ
รู้สึกดีที่ยังนึกถึงกัน ขอบใจที่คิดว่าความเป็นฉันพอจะช่วยให้แกยิ้มได้
:) เพื่อนคนนี้ ยังอยู่ที่เดิม ต้นกันยายน 2550